
โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่ทันสมัยที่สุดแห่งแรกของประเทศไทย ก่อสร้างขึ้นเพื่อสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของประชาชน ในเขตนครหลวงเมื่อ 30 กว่าปีมาแล้ว ปัจจุบันโรงไฟฟ้าแห่งนี้ยังสามารถเดินเครื่องจ่ายกระแสไฟฟ้าอยู่ และเป็นต้นกำเนิดพลังงานไฟฟ้าที่สำคัญแห่งหนึ่งในระบบการผลิตของประเทศ
ความเป็นมา
โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ เกิดขึ้นในสมัยของรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศไทยประสบกับภาวะขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง โรงไฟฟ้าที่มีอยู่แต่ละแห่ง เป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กประสิทธิภาพต่ำ และมีสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก แม้จะได้ทำการซ่อมแซมปรับปรุงให้ดีขึ้น ก็ยังไม่สามารถผลิตไฟฟ้าสนองความต้องการของประชาชนได้เพียงพอ นอกจากนี้บ่อยครั้งต้องมีการดับไฟเป็นเขตๆสลับกันอยู่ตลอดเวลา
รัฐบาลในยุคนั้นจึงได้พิจารณาสร้างแหล่งผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ขึ้นมา เพื่อให้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน และอนุมัติให้มีการก่อสร้างเขื่อนภูมิพลปิดกั้นลำน้ำแม่ปิงที่อำเภอสามเงา จังหวัดตาก และสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้า เป็นการเร่งขจัดปัญหาการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยให้หมดไป
เนื่องจากการก่อสร้างเขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างนาน อีกทั้งระหว่างที่กำลังดำเนินการก่อสร้างเขื่อนภูมิพลอยู่นั้น สภาวะการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าได้ทวีเพิ่มขึ้น รัฐบาลจึงต้องพิจารณา หาแหล่งผลิตไฟฟ้าที่ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง และติดตั้งสั้นกว่า เพื่อที่จะสนองความต้องการไฟฟ้าให้ทันการ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร กฟผ. จึงได้รับมอบหมายให้ดำเนินการศึกษาประเภทของเครื่อง ราคา ทำเลที่ตั้ง และระบบการผลิต ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังความร้อนประเภทต่างๆ เพื่อพิจารณาว่า โรงไฟฟ้าประเภทใดจะให้ประโยชน์คุ้มค่ามีลักษณะถูกต้องตาม หลักเศรษฐศาสตร์และวิศวกรรม อีกทั้งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้า บริการประชาชนได้เพียงพอและสม่ำเสมอด้วย
จากการพิจารณาอย่างรอบคอบ โรงไฟฟ้าที่จะให้ประโยชน์คุ้มค่าที่สุด และใช้ระยะเวลาสั้นในการก่อสร้างและติดตั้ง คือ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนประเภทไอน้ำ ทั้งยังสามารถติดตั้ง ใกล้แหล่งชุมชนได้อีกด้วย กฟผ. จึงได้เริ่มดำเนินการก่อสร้าง โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่มีขนาดใหญ่ และทันสมัยที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีในขณะนั้น
โรงไฟฟ้าพลังความร้อนพระนครเหนือ เปรียบเสมือน "โรงครู" อันเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาไฟฟ้าสมัยใหม่ของประเทศไทย ที่ได้ฝึกสอนให้ความรู้และประสบการณ์แก่บุคลากรให้รู้จักการแก้ไขปัญหา และอุปสรรคต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพความรอบรู้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้าง การเดินเครื่อง บำรุงรักษา การวางแผน ตลอดจนแนวความคิดและอุดมคติในการทำงาน ล้วนได้ถูกสร้างสมจากการฝึกฝน และการปฏิบัติงานที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ทั้งสิ้น กล่าวได้ว่า โรงไฟฟ้าพระนครเหนือแห่งนี้สูงด้วยคุณภาพ ทั้งด้านทรัพยากรวัตถุและทรัพยากรบุคคล
ที่ตั้ง
โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา เชิงสะพานพระรามเจ็ด ตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี แยกจากถนนจรัญสนิทวงศ์ประมาณ 500 เมตร
ทำเลที่ตั้งของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ นั้นเหมาะสมเพราะอยู่ใกล้กับศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้าและคมนาคมสะดวก

การดำเนินงาน
งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ เริ่มเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2502 เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังความร้อน เครื่องแรกมีขนาดกำลังผลิต 75,000 กิโลวัตต์ ใช้เวลาในการก่อสร้าง 1 ปี 8 เดือน ซึ่งได้แล้วเสร็จสามารถทดลองผลิตไฟฟ้าได้ เมื่อวันที 25 มีนาคม 2504 ทำพิธีเปิดอย่างเป้นทางการเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2504 โดย ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ล่วงลับไปแล้ว เป็นประธานในพิธี
แม้หลังจากที่โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ เริ่มเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า บริการประชาชน ความต้องการพลังงานไฟฟ้า ของประเทศก็ยังคงสูงอยู่ รัฐบาลจึงอนุมัติให้ กฟผ. สร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังความร้อนเพิ่มขึ้นอีกเป็นเครื่องที่ 2 และ 3 เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ 2 มีขนาดกำลังผลิต 75,000 กิโลวัตต์ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2506 และเครื่องที่ 3 ขนาดกำลังผลิต 87,500 กิโลวัตต์ แล้วเสร็จ และจ่ายไฟฟ้าขนานเข้าระบบได้ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2511โดยมี ฯพณฯจอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ทำพิธีเปิดเดินเครื่อง
โรงไฟฟ้าพระนครเหนือทั้ง 3 เครื่อง สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างดี ประกอบกับเมื่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังน้ำที่เขื่อนภูมิพลแล้วเสร็จและจ่ายไฟเข้าระบบด้วย ส่งผลให้การใช้ไฟฟ้าของประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ต่อมาในช่วง พ.ศ. 2512-2513 กฟผ. ประสบปัญหาปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง ที่เขื่อนภูมิพลต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย มีผลให้การผลิตไฟฟ้า ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังน้ำลดลง โดยที่ความต้องการพลังงานไฟฟ้า ของประเทศมีอัตราเพิ่งสูง กฟผ.จึงได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า กังหันแก๊สขนาดกำลังผลิต 15,000 กิโลวัตต์ เพิ่มขึ้น 2 เครื่อง เพื่อเสริมระบบการผลิต ให้มั่นคงยิ่งขึ้น ซึ่งหลังจากการก่อสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากังหันแก๊สเครื่องที่ 4 และ 5 แล้วเสร็จในปี 2513 โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนพระนครเหนือได้กลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้า ที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของประเทศไทยในขณะนั้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น